2006/Mar/20

(เซ็งมากๆๆๆๆๆๆ ไอ้เว็บบ้าแม่ง เมื่อวานนั่งทำ พอกด publish แม่งบอก not login เฉย ต้องมานั่งทำใหม่อีก โอ๊ยย แม่งเซ็ง)

ชื่อเรื่อง: ยังไม่รู้เลยแฮะ

ตัวละครหลัก: แดนนี่ ดั๊กกี้ แฮร์รี่ ทอม

พระเอก-พระเอก: แดนนี่-ดั๊กกี้ (เหมาะสมกันที่สุด)

สถานที่: บ้านของทั้งสี่ อันประกอบไปด้วย

-บ้านสองชั้น ด้านหน้ามีสวน

-บ้านจะมีประตู ลูกบิด (แหงสิ บ้านไหนไม่มีประตูล่ะ) เดินเข้าไปในบ้าน ด้านซ้ายจะเป็นห้องรับแขก ซึ่งมีบันไดเดินขึ้นไปชั้นสอง

-ด้านขวาจะเป็นห้องนั่งเล่น มีทีวี มีโซฟา (เท่าที่คิดไว้อะนะ)

-เดินลึกเข้าไปในบ้าน ฝั่งซ้ายจะเป็นห้องครัว มีตู้เย็น มีเครื่องครัว (ห้องครัวให้มีอ่างอาบน้ำมั้ง)

-ฝั่งขวาจะเป็นห้องกินข้าว มีโต๊ะกินข้าว เก้าอี้สี่ตัว

-เดินขึ้นบันไดไป ห้องจะแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งละสองห้อง

-ฝั่งซ้ายห้องแรกเป็นดั๊ก

-ข้างๆดั๊กเป็นแฮซ

-ตงข้ามแฮซเป็นแดน

-ตงข้ามดั๊กเปนทอม

(คือปรามานว่าต้องให้สองคนนี้อยู่ห่างกันที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะได้ดูมีอุปสรรคหน่อย)

*ออกแบบโดย: หมิว และ ฟาม

เท่าที่คิดไว้ก้อมีเท่านี้แหละค่ะ ต่อไปเป็น...

ลักษณะการเขียน: จะเขียนแบบให้ตัวละครเป็นผู้เล่าเรื่อง เช่น "ผมเดินไปเห็นเธอกับเขาอยู่ด้วยกัน มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ" อะไรปรามานนั้น คือแบบเราจะบอกความรู้สึกของตัวละครออกมาหมดเลย

ผู้แต่งของเรื่องก้อมีอยู่สามคนนะคะ คือ

-ตัวข้าพเจ้าเอง ผู้ซึ่ง in love with danny สุดน่ารักๆๆๆๆๆๆ ที่สุด เหอๆ

-ฟาม อันนี้เปนแฟน winds ที่แอบปันใจให้ McFly เล็กน้อย คุณเธอ prefer เป็ดค่ะ

-เจ๊ขิม เจ้าแม่เกมส์ออนไลน์ หลงใหลในเสียงกลอง แอบปลื้มพี่แฮซสุดเท่ห์อยู่ค่ะ

การเขียนเราจะแบ่งเป็นเขียน สี่ตอนในวันและเวลาเดียวกัน คือหมายความว่า แต่ละตอนจะเป็นมุมมองของแต่ละคน ในวันและเวลาเดียวกัน ดังนี้นะคะ

-ตอนที่หนึ่ง เขียนโดยฟาม ผ่านมุมมองของดั๊กค่ะ

-ตอนที่สอง เขียนโดนข้าพเจ้า ผ่านมุมมองของแดนนี่(สุดน่ารัก)

-ตอนที่สาม เขียนโดยเจ๊ขิม ผ่านมุมมองของแฮซ

-ตอนที่สี่ เขียนโดนฟามเช่นเคย ผ่านมุมมองของทอม (ของทอมนี่จะสลับกันไปเรื่อยๆ คือแบบ ตอนนี้จะเป็นฟาม พอรอบต่อไป คือตอนที่แปด ก้อจะเป็นข้าพเจ้าเขียน แล้วก้อเจ๊ขิม ต่อไปเรื่อยๆ)

ต่อไปจะเป็นเรื่องย่อนะคะ อันนี้คือเท่าที่คิดกันไว้

ในเช้าวันที่ 10 มีนา อันเป็นวันก่อนวันเกิดของแดนนี่สองวัน

แดนนี่ตื่นขึ้นมา พร้อมกับเสียงเพลง obvious ของเวสที่ดังกระหึ่มอยู่ (อันนี้จากตอนที่สองที่ข้าพเจ้าเขียนนะคะ เพลง obvious จะมีความหมายปรามานว่าเพื่อนแอบรักเพื่อนอะค่ะ เหมือยเพลง ช่างไม่รู้ ของพีชเมคเกอร์อะแหละค่ะ) แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร (เพราะแดนไม่ได้คิดอะไรกะดั๊กอยู่) กลับแหกปากร้องเพลง obviously เฉย แล้วก้อตามด้วย all about u แดนนี่ทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย ก็เดินออกมานอกห้อง มาเจอดั๊กที่หน้าห้องแฮซพอดี พอดีตอนนั้นดั๊กไม่สบาย แดนก้อเลยถามไปตามประสาเพื่อน ว่ากินยารึยัง ห่มผ้ารึเปล่าเมื่อคืน ดั๊กก้อแบบ ปลื้มสุดๆ ทีนี้แดนก้อเลยดูนาฬิกาแล้วก้อบอกว่าต้องออกไปหาแฟน ซึ่งในที่นี้มันามว่า "โลล่า" อันเป็นชื่อที่นำมาจากเพลงๆหนึ่งของแมค พอทั้งสองแยกย้ายกันไป แดนไปกับแฟน ดั๊กไปคนเดียว แต่ดันไปดูหนังที่โรงหนังเดียวกันซะนี่ พอดั๊กเห็นแดนกับแฟนก้อรู้สึกเจ็วแปลบที่ใจ อะเฮอะๆ น่าสงสาน พอดูหนังจบ แดนก้อไปกินข้าวกับแฟน อยู่ๆแฟนก้อบอกว่ารู้สึกว่าแดนจะใส่ใจดั๊กมากเกินไปแล้ว ทั้งสองก้อทะเลาะกัน แดนเสียใจที่แฟนเข้าใจผิด ก้อเลยไปกินเหล้า (โอ้ม่ายยย แดนชั้นไม่ดื่มของมึนเมา) เมาหยำเปกลับมาบ้าน มาเจอดั๊ก ซึ่งคอยดูแลเช็ดตัวให้ แดนเพ้อออกมาว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับดั๊ก ดั๊กก้อเจ็บมากๆ แต่ก้อตั้งกลั้นเก็บไว้คนเดียว คอยดูแลแดนต่อไปด้วยความรัก (โอ้ ซึ้ง) เรื่องก้อมีอยู่ปรามานนั้นแหละค่ะ (เล่ามาดูเหมือนจะไม่ค่อยย่อแล้วนะเนี่ย)

เอาเป็นว่าถ้าเขียนมาเส็ดเมื่อไหร่ก็อย่าลืมอ่านกันด้วยนะคะ

ก่อนไปหอบรูปน่ารักๆกะเพลงเพราะๆมาให้ฟังกันให้บ้าไปเลยค่ะ

ใครก้อได้ๆๆๆๆๆๆๆ ช่วยบอกให้แดนนี่หยุดน่ารักซักหนึ่งวิได้ปะ ขอร้องล่ะนะ หมิวจะได้เลิกบ้าซะที โอ๊ยย บ้าแล้วๆๆๆ แดนนี่ของช้านนน

ดั๊กรูปนี้ทรงผมแนวอะ เท่ห์ๆๆๆ น่ารักๆๆๆๆ

แฮซน่ารักอะ.. เนอะขิมเนอะ

เนี่ย.... รูปนี้ทอมเชิง อยากได้กีต้าร์อะทำไงดี

น่ารักกันทุกคนเลยอะ เหอๆ

อะฟังเพลงเลยละกัน

McFly-Room On The Third Floor

Room on the third floor
Not what we asked for
I'm not tired enough to sleep
One bed is broken,
Next room is smoking,
Air conditioning's stuck on heat.
outside it's raining,
There's a guest upstairs complaining bout the room that's got the TV to loud,
I guess that times like these remind me
That I gotta keep my feet on the ground

Wake up early
Round 7:30
Housekeeper knocking on my door
Do not disturb sign
The back of her mind
I must've left it on the floor
(Yeah)

My eyes are hurting
coz the cheap nylon curtains
Let the sunlight creep in through from the clouds

Cos at times like these remind me
That I gotta keep my feet on the ground

Na na na na
Na na na naaaa
Na na na na
Na na na naaa

I guess that times like these remind me
I guess that times like these remind me
I guess that times like these remind me
That I gotta keep my feet on the ground

Na na na na
Na na na naaa
Na na na na
Na na na naaa

Coz its times like these remind me
(Times like these)
Coz its times like these remind me
(Times like these)
Coz its times like these remind me

That I gotta keep my feet on the ground

2006/Mar/16

ข้าพเจ้ากลับมาแล้วววววววว

กลับมาจากเข้าค่าย

ในสภาพเป็นไข้ตัวร้อนและคิดถึงบ้าน

ข้าพเจ้าไปเข้าค่ายที่เขาใหญ่มา กิจกรรมสนุกดี แต่มีเรื่องที่เศร้ามากๆคือ....

ข้าพเจ้าแทบจะไม่มีเพื่อนเลย!!!!!!

ก้อคือแบบว่า เค้าบังคับให้หัวหน้าห้องไปทุกคน แล้วแบบ ห้องข้าพเจ้ามีไปสองคน(อีกคนนึงเป็นตัวแทนคณะ ไม่ใช่คณะแบบมหา'ลัยนะ แต่เป็นคณะสีอะอย่าเข้าใจผิด) แล้วข้าพเจ้าก้อไม่ค่อยจะสนิทกับคนนั้นด้วย ตอนแรกข้าพเจ้าไม่ยอมไป ไม่อยากไปมากๆ ทะเลาะกับพ่อแม่ เถียงกันตลอด ในที่สุดก้อต้องยอม

วันแรกที่ไป ความรู้สึกเหมือนจะไปพบกับหายนะ แทบจะไม่รู้จักใครเลย แล้วคนอื่นเค้าก้อมีเพื่อนสนิทกันหมดแล้ว ไม่ค่อยจะมีใครมาคุยกับเรา ยกเว้นเพื่อนที่อยุ่ห้องเดียวกัน ก้อคุยกันอยู่แค่สองคน

พอทำกิจกรรม ข้าพเจ้ากับเพื่อนโดนแยกกลุ่ม แล้วกลุ่มข้าพเจ้ามีข้าพเจ้าเป็นม.2 คนเดียว นอกนั้นเป็นม. 4 แล้วเค้าก้อรู้จักกันแล้วทั้งนั้น วันแรกไม่ค่อยรู้สึกอะไร เพราะอยู่รวมกัน พอวันที่สอง เค้าจับแยกให้ไปเดินป่าเป็นสีๆ ข้าพเจ้าไม่รู้จะคุยกับใครเลย เช้ามาโทรศัพท์คุยกะพ่อก้อร้องไห้ไปด้วย มันเหงามากๆ บรรยากาศก้อเศร้าๆ มีหมอกลงหนาๆ พอเวลามีใครมาถามหรือคุยด้วย ก้อจะรู้สึกแบบ เราน่าสงสานขนาดนั้นเลยเหรอ เพราะว่าพี่เค้าก้อมองเราแล้วเค้าก้อคุยกะเพื่อนว่า เห็นน้องแล้วสงสานว่ะ เวลาฟังแล้วจะร้องไห้ทุกที เศร้ามากๆ

ก่อนจะเข้าป่า พี่ๆให้เล่นเกมส์ ประมานว่า แบ่งนักเรียนทั้งหมดออกเป็นอย่างละครึ่ง แล้วจะมีท่าสามท่า ที่แสดงถึง ที่อยู่ น้ำ แล้วก้ออาหาร ให้ครึ่งหนึ่งเป็นกวาง ส่วนอีกครึ่งเป็นปัจจัย ซึ่งก้อคือ ที่อยู่ น้ำ อาหาร นั่นเอง โดยให้ทุกคนเลือกว่าตัวเองอยากจะเป็นปัจจัยประเภทไหน แล้วก้อให้กวางเลือกว่าอยากได้ปัจจัยอะไร ให้หันหลังแล้วทำท่านั้น พอหันนห้ามา ให้มองดูคนที่ทำท่าเหมือนตัวเอง แล้ววิ่งไปหา ใครไม่มีคู่ก็ยืนอยู่อย่างนั้น แล้วก้อจะกลายเป็นปัจจัยส่วนปัจจัยที่ได้คู่กับกวางแล้วก้อจะกลายไปเป็นกวาง จะเห็นได้ว่า ปัจจัยจะเหลือน้อยมาก พอรอบสอง ให้กวางทั้งหมดมาแย่งปัจจัยที่เหลือ ส่วนคนที่แย่งไม่ได้ก็เป็นปัจจัยไป จะเห็นว่าคราวนี้กวางเริ่มเพิ่มขึ้น ปัจจัยยังมากอยู่ แต่น้อยลงกว่าเดิมรอบต่อไปก้อแย่งอีก กวางก้อเพิ่มขึ้น ปัจจัยก้อลดลง เป็นอย่างงี้ไปเรื่อยๆ ตามสมดุลของธรรมชาติ พอรอบสุดท้าย พี่วิทยากร สั่งให้ปัจจัยทำท่าที่อยู่ทุกคน ส่วนกวางทำท่าน้ำทุกคน สรุปคือไม่มีใครเหมือนใคร ไม่มีใครมีคู่แต่มีคนเหมือนอยู่สามคู่ คือพวกที่โกง แสดงให้เห็นว่า ธรรมชาติเป็นไปตามสมดุลของมัน พอมีมนุษย์เข้าไปยุ่ง เข้าไปจัดการเมื่อไหร่ ทุกอย่างก้อจะไม่สมดุล ดังนั้นเราควรปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติที่มันควรจะเป็น

พอเข้าไปในป่า ข้าพเจ้าก็เดินเงียบๆคนเดียว ในขณะที่คนอื่นเค้าเดินกันเป็นคู่ๆ หรือทีละ 3 คน ข้าพเจ้าไม่รู้จะคุยกะใคร เวลาจะเข้าไปคุย พี่เค้าก้อคุยกะเพื่อนอยู่ ก้อเลยไม่รุ้จะทำยังไง จะฟังเพลงก้อไม่ได้ยินวิทยากรพูด สรุปคือต้องเดินเงียบๆไปคนเดียว

พอเริ่มเข้าไปในป่าลึกๆ ข้าพเจ้าก้อเริ่มคุยกะพี่ม.4 บางคน คุยไปคุยมาก้อพอคุยกันได้ ถามชื่อเสียงเรียงนามกันเรียบร้อย แต่ก็ยังคุยกันเผินๆ เข้าไปในป่าลึกมากๆ ทางก้อชัน ต้องขึ้นเขาลงเขาตั้งหลายลูก จะตกแหล่มิตกแหล่ ข้ามธารน้ำก้อมี แต่ดีที่มีพี่ๆเค้าคอยช่วยดึงเวลาเราจะตก พี่เค้าน่ารักกันมาก ถึงไม่รู้จะคุยอะไรกันก้อเหอะพอมาถึงฐานลูกกวางน้อย อันนี้เป็นฐานสุดท้าย ฮามากๆ คือเค้าจะให้ปิดตาแล้วก้อคลำเชือกไปเรื่อยๆ ระหว่างทางจะมีคนมาทำเสียงเสือโคร่ง เสียงหมูป่า แล้วก้อมาดึงมากระชากของเรา มาข่วนเราซึ่งข้าพเจ้าก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่จิง ข้าพเจ้าก็เลยเดินไปแบบเฉยๆ ไอ้คนคิดจิงนี่สิ ก้อมีพี่คนนึง แบบ พี่แกจินตนาการล้ำเลิศมากๆพี่แกเดินมา พอมีคนมาแตะๆแล้วทำเสียง พี่แกก้อกรี๊ดลั่นป่า เดินไปได้ซักพัก มีคนมาอีกคราวนี้พี่แก วิ่งกอดต้นไม้ร้องไห้แล้วพูดว่า"แม่จ๋าช่วยด้วย" ฮามากๆก้อแบบตอนสุดท้าย พี่วิทยากรจะเอาวิดีโอที่รวมภาพมาให้ดูไง นั่งดูไปขำไป ใครทำอะไรไว้รู้หมดเลย

อีกคน อันนี้เพื่อนๆ(ในห้อง)คงจะรู้จักกันแล้ว ขอไม่บอกดีกว่า พี่แกแบบ เดินมาเรื่อยๆ คลำเชือกมา พอได้ยินเสียง พี่แกก็ชะงักเล็กน้อย มองซ้ายมองขวา พอได้ยินอีก ก็เอาขาถีบๆๆไม่พอ คว้าไม้ที่อยู่ข้างๆฟาดอากาศไปมา พอซักพัก มีกิ่งไม้หล่นลงมา พี่แกก็ฟาดไปที่กิ่งไม้นั้นเต็มๆ ด้วยความที่คิดว่าเป็นสัตว์ ฮากันมากๆไม่หมดแค่นั้น ยังถอดรองเท้าเขวี้ยงอีกต่างหาก 5555+ แล้วตอนเย็น เค้าให้ออกมาพูดสรุปการไปเดินป่า พี่แกก็แก้ตัวใหญ่เลย แถมบอกด้วยว่า กิจกรรมลูกกวางน้อย ทำให้พวกเราได้ฝึกศิลปะการป้องกันตัว 5555+

ส่วนอันนี้ ไม่รู้จงใจรึเปล่า มีพี่สองคนเดินไปเจอวิทยากรนั่งอยู่ พี่แกก็เอามือคลำๆดู เสร็จแล้วก็เอามือตีๆแขนวิทยากร แถมจับมือเพื่อนมาตีอีก พอตีกันไปซักพักแบบ ตีอยู่นานมากๆ แล้วก้อถอดนาฬิกาของวิทยากรออก เขวี้ยงไปข้างทาง สุดๆเลย ไม่รู้ทำไปทำไม

ต่อไป คนนี้มีความสามารถพิเศษ พูดกับสัตวืได้ พอพี่แกได้ยินเสียงหมูป่าเท่านั้น พี่แกก้อกระซิบว่า "ออกไป" หมูยังไม่ยอมออกไป พี่แกก็พูดว่า "อย่าเข้ามานะ ที่บ้านชอบกินหมูด้วย" แค่นี้แหละ ฮากันกระเจิง

และตัวอย่างสุดท้ายเพื่อนในห้องเราเอง น่าจะรู้นะว่าเป็นใคร แบบ เจ๊แกเดินมา พอมีคนมากระชากถุง เจ๊แกก็แย่งถุงกับหมูป่า(คน)ที่มากระชากถุง กระชากกันไป ยื้อกันไปยื้อกันมา สุดท้ายหมูก็ปล่อย เจ๊แกเดินต่อมา คราวนี้หมูมาอีก เจ๊แก ก้มลงไป ฉีกถุงส่งให้หมูไปเลย ฮาสุดๆ

พอหลังกลับจากป่า คืนนั้น ข้าพเจ้าก็ป่วย การเข้าค่ายครั้งนี้ ทำให้รู้ว่าแท้จิงแล้ว อาจารย์ละออซึ่งท่านเกษียณไปแล้ว ใจดีมากๆ อาจารย์นงนุชสิ กลับน่ากลัวกว่ามากๆ มีครั้งนึง พี่แกจะชี้ไฟฉายไปที่นักเรียน ชี้ไปโดนใคร คนนั้นกับสองคนซ้าย-ขวา ต้องลุกขึ้น แล้วเต้นท่าที่พี่แกบอก ครั้งนึง พี่แกชี้ไปที่อาจานละออ อาจานลุกขึ้นเต้นเฉย ท่ามกลางเสียงฮือฮาของทุกๆคน ในขณะที่อาจานสองคนข้างๆไม่มีใครลุกเลย มีสปิริตมากๆค่ะอาจานละออ ปรบมือให้ค่ะ ฮิ้วๆๆๆๆ

การเข้าค่ายนี้ ข้าพเจ้ามีเรื่องฝังใจกับกวางมากๆ เริ่มจาก มันมากินข้าวที่ข้าพเจ้าวางไว้ แบบหน้าด้านมากๆ พอตกดึก ข้าพเจ้าไม่สบายอยุ่ ก็ดันโดนอาจานใช้ไปเก็บขยะที่กวางคุ้ยไว้อีก ฮึ่ม ไอ้กวางชั่ว...

ตกดึกมีพิธีอะไรมากมาย มีวิทยากรสองคน เล่นกีต้าร์เก่งมากๆ(เหมือนแดนนี่เลย แต่เก่งน้อยกว่า หุหุ) แล้วพี่แกก็จะมาดีดกีต้าร์แล้วร้องเพลงเพื่อนชีวิตให้ฟัง ฟังแล้วสบายดี บรรยากาศดีมากๆ เห็นแล้วอยากอยู่เขาใหญ่เลยแหละ

มีครั้งหนึ่ง พี่วิทยากรเค้าเล่าเรื่องให้ฟัง เค้าบอกว่า "มีเจ้าหน้าที่พบศพแม่กวางโดนยิงอยู่ในป่า เลยพามาที่ศูนย์อะไรซักอย่างของเขาใหญ่ ส่วนเจ้าหน้าที่อีกกลุ่มหนึ่ง พบลูกกวางหลงทางอยู่ในป่าตัวเดียว เลยพามาที่ศูนย์เดียวกัน ปรากฎว่า ลูกกวางตัวนั้น พอเจอศพแม่กวาง ก้อดิ้นหลุดจากพันธนาการทั้งหมด แล้วไปเลียแผลให้แม่กวาง เป็นภาพที่ยังติดตาเจ้าหข้าที่ทุกคนจนทุกวันนี้ " (บางคนก้อบอกว่าวิ่งไปดูดนม แบบทิ้งขวดนมที่ดูดอยู่แล้ววิ่งไปดูดนมแม่กวาง) ฟังแล้วรู้สึกซึ้งมาก แบบ แล้วตอนที่ทำกิจกรรมลูกกวางน้อย ถ้าใครที่คิดว่าเสียงพวกนั้นเป็นเสียงเสือจริง หมูจริง จะรู้เลยว่า ความรู้สึกของลูกกวาง ที่วิ่งอยู่คนเดียวในความมืด โดยไม่มีแม่คอยช่วยเหลือ เพราะแม่ถูกมนุษญ์ยิงตายไปแล้ว มันจะรู้สึกยังไง นั่นเป็นจุดประสงค์ที่พี่ๆวิทยากรต้องการจะสื่อให้เรารู้

เช้าวันรุ่งขึ้น วันกลับ ตื่นสายได้กว่าปกติ วันนี้ไม่มีอะไร พอดีไม่สบายอยุ่ ข้าพเจ้าไม่ค่อยมีแรงเล่า(แต่ก้อเล่ามาจนขนาดนี้แล้ว) วันนี้คุยกับพี่ๆในกลุ่มมากขึ้น ไปไหนมาไหนด้วยกัน happyกว่าวันก่อนๆมาก และแล้วข้าพเจ้าก้อได้กลับบ้านแสนรัก รอรถไฟนานมากๆ พอมาถึงบ้าน ข้าพเจ้าโผเข้ากอดประตู กอดมอนิเตอร์ กอดซีพียู หอมมอนิเตอร์ด้วย เป็นขนาดหนักเลยอะ แบบ คิดถึงมากๆ เดินไปทั่วบ้านแล้วก้อไปกอดนู่นกอดนี่ กอดราวตากผ้าด้วย เหอๆ

สรุปแล้วการไปเข้าค่ายครั้งนี้ ทำให้ข้าพเจ้าเห็นอยู่อย่างหนึ่งคือ คนที่อยู่กับธรรมชาติ มักจะอารมณ์ดี ไม่ค่อยโกรธใคร ไม่ค่อยอะไรกับใครมาก ใช้ชีวิตสบายๆ ไม่ต้องมีอะไรมากๆ แค่นั้นเค้าก้อมีความสุขของเค้า ดูอย่าง ผ.อ. ของค่ายที่ไป แบบ ดูไม่เหมือน ผ.อ. เลย ดูเป็นคนสบายๆ เข้าได้กะทุกคน ไม่วางตัวใหญ่คับฟ้า น่าชื่นชมจิงๆ แล้วพวกพี่ๆวิทยากรก้อเหมือนกัน เค้าทำตัวสบายๆมากๆ เวลานั่งกินข้าว ขนาดเราบางคนนั่งกินบนโต๊ะ ไม่มีที่ให้พี่เค้านั่ง พี่เค้าก็ไม่ว่าอะไร ไปล้อมลงกันนั่งกินบบพื้นซะงั้น คนก้อเดินผ่านไปผ่านมา ดูแล้วก้อน่ารักแบบง่ายๆดี

สุดท้ายก้ออยากฝากให้ทุกคน รักป่า รักธรรมชาติให้มากๆ ตอนนี้ขนาดน้ำบนเขาใหญ่ ซึ่งเป็นต้นน้ำ ยังแทบไม่มีเหลือแล้วเลย ไปเจอธารน้ำนี่แห้งผากเลย มีน้ำนิดเดียว น้ำตกก็แทบจะกลายเป็นหน้าผา แล้วในภายภาคหน้าล่ะถ้าเราไม่อนุรักษ์ป่า แล้วเราจะอยู่กันในสภาพไหน ให้ลองคิดดูดีๆ

ก่อนไปขอฝากรูปน่ารักๆของสี่มังกร "Mcfly" และเพลงของพวกเค้าไว้ก่อนนะ ขอบคุนที่อ่านนะคะทุกคน

แดนนี่สุดน่ารักของข้าพเจ้า โอ๊ยยย คนไรวะ ไม่ว่าจะหลับตา ลืมตา นั่ง นอน เดิน ยืน ทำยังไงก็น่ารักไปหมด น่ารักที่สุดเลย

พูดได้คำเดียวLovely

ดั๊กรูปนี้เท่ห์มากๆ กิ๊กแดนก้องี้แหละ อ้าวไม่ช่ายยย

เอิ๊ก เท่ห์ น่ารัก คนอาร๊ายยยย เหอๆ เป็ดนี่น่ารักเนอะ

พูดได้คำเดียวอีกแล้ว อิจฉาหมาอะ

ไม่รู้จะพูดอธิบายยังไงดีอะ เอาเป็นว่า กีต้าร์สวยดีละกัน เหอๆ

แฮซมีการแอบโชว์พุงนะเนี่ย เหอๆ รูปนี้ดู hot มากๆ

อะๆๆๆ มาละๆ ให้รูปใหญ่ๆเลย เป็นไงๆ รูปนี้น่ารักอย่างที่บอกมะ เหอๆ

เอาล่ะ มาฟังเพลงเลยละกัน

Mcfly-Obviously

Recently I've been,
Hopelessly
reaching
Out for this girl,
Who's out of this world believe me.
She's
got a boyfriend,
He drives me round the bend
Coz he's
23 he's in themarines
He'd kill me

For So many nights now,

I find myselfthinking about her now

Coz obviously she's out of my league,
How can I
win she keeps dragging me in,
And I know I,

never will be good enough forher,
No no

Never will be good enough for her.

Got to escape
now
Get on a plane NOW YEAH
I'm off
2 L.A. and that's where ill stay fortwo years

And put her behind me,
(I'll put her behind me)
Go to a
place where she can't find me.
Oooh

Coz obviously she's out of my
league,
I'm wasting my time coz she'll never be mine
And I know I never
will be good enough for her
No no

Never will be good enough forher

She's out of my hands,
And I never know where I stand
Cos I'm
not good enough for her
(Good enough for her)
Enough enough for
her
Good enough for her
Good enough for her


Coz obviously she's
out of my league
I'm wasting my time coz she'll never be mine
And I know I
never will be good enough for her
Coz obviously she's out of my league
But
how can I win she keeps dragging me in
I never will be good enough for
her
No no

I never will be good enough forher(x3)

<script type="text/javascript" src="http://www.thaksingetout.org/
campaign/tkout_small_left.js"> </script>


edit @ 2006/03/19 21:39:34

2006/Mar/12

สวัสดีค่ะทุกๆคน

นี่คือ blog ชิ้นแรกของข้าพเจ้านะคะ ไม่พูดพล่ามทำเพลงกันเลยดีกว่า ทุกคนคงจะรู้จักข้าพเจ้ากันแล้วในนาม Anna Feehily อันนี้ก้อลองเปลี่ยนชื่อดูบ้าง จิงๆแล้วข้าพเจ้ามีชื่อว่า หมิว นะคะ ถ้าจะให้มานั่งพูดถึงประวัติของข้าพเจ้ามันก็คงจะน่าเบื่อมิใช่น้อย เพราะฉะนั้นเรามาเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า วันนี้เราจะมาพูดถึง "สี่มังกร" หรือที่ทุกคน(รึเปล่า)รู้จักกันดีในนาม Mcfly ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสุดน่ารักและมากความสามารถทั้งสี่ อันได้แก่...

-Danny Jonesนักร้องและมือกีต้าร์ของวง ขวัญใจข้าพเจ้าเอง น่ารัก สดใส ดูดี perfect เล่นกีต้าร์เก่ง ร้องเพลงเพราะ หล่อ น่ารักมากๆ น่ารักสุดๆ โอ๊ยยยยย น่ารักๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พอละเดี๋ยวบ้า เหอๆ

-Dougie Poynter กิ๊กแดนนี่ อ้าวไม่ช่าย มือเบสและคอรัสของวง แต่ก้อมีบางเพลงนะที่ดั๊กร้อง น่ารัก หล่อ ดูดี แต่น่ารักน้อยกว่าแดนนี่หน่อยนึง แหะๆ เอาเป็นว่า น่ารักพอๆกันทั้งสองคนเลยละกัน

ปล.รูปดั๊กรูปนี้ใหญ่มาก เกินหน้าเกินตาแดนนี่เลยอะ

-Harry Judd มือกลองของวง เท่ห์มากๆ ขวัญใจเพื่อนข้าพเจ้าเอง ท่าตีกลองเท่ห์มากๆ โดยเฉพาะท่าควงไม้กลอง หุหุ คนไรวะ เท่ห์โคตรๆ

*edit... เรื่องจริง สุดๆ

-Tom Flatcher นักร้องนำและมือกีต้าร์ มีลักยิ้มหนึ่งข้างที่น่ารักน่าจิ้ม เสียงนุ่มและเพราะมากๆ มีความสามารถสุดๆ ทั้งเล่นกีต้าร์โป่ง กีตาร์ไฟฟ้า ร้องเพลง เล่นเปียโน โอ้ ทำไมเก่งเยี่ยงนี้

เอาล่ะ หลังจากที่เราได้รู้จัก "สี่มังกร" กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีนี้เรามารู้จักเพลงเพราะๆของพวกเค้ากันเลยดีกว่า เริ่มจาก....

Mcfly-Five Colors in Her Hair

Do do do do do doo [x3]

She's got a lip ring and 5 colours in her hair,
Not into fashion but I love the clothes she wears,
Her tattoo's always hidden by her underwear.
She don't care.

Everybody wants to know her name,
I threw a house party and she came
Everyone asked me
Who the hell is she?
That weirdo with 5 colours in her hair.

She's just a loner with a sexy attitude,
I'd like to phone her cos she puts me in the mood.
The rumours spreading now that she cooks in the nude.
But she don't care, but she don't care.

Everybody wants to know her name,
How does she cope with her new found fame?
Everyone asks me,
Who the hell is she?
That weirdo with 5 colours in her hair.

She was all I thought about,
The girl I couldn't live without.
But then she went insane,
She couldn't take the fame
She said I was to blame
She'd had enough
And shaved five colours off
And now she's just a weirdo with no name.

Everybody wants to know her name.
How does she cope with her new found fame?
Everyone asks me,
Who the hell is she,
That weirdo with 5 colours in her hair.
1 2 3 4
Do do do do do doo [x3]

นี่คือซิงเกิ้ลแรกของแมค วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ แล้ววันหลังจะมาอัพใหม่

ข่าวใหญ่มากๆ

วันนี้เป็นวันเกิดแดนนี่ของข้าพเจ้า Happy 20th Birthday นะจ๊ะแดนนี่ รักแดนนี่ที่สุดเลย น่ารักอย่างงี้ต่อไปนะจ๊ะ

------------------------------------------------------------------------------------------

edit ... ด้วยคน

xxx Kimberrii

*Kim edit..... เอ่อ ไม่มีไรทำ ตอนแรกกะทำเฮดนี่เล่นๆแบบ matrix ,mcfly ชื่อมันใกล้เคียง (โคดเกี่ยว แหะๆ) แต่ทำไปทำมา คิดว่าว่า เอ.. เอาไปใส่ชื่อเจ๊หมิวนี่ก่อนดีก่านะ ฮาดี ทำเล่นๆ The Mewtrix กร๊ากกกกกก

/วิ่งหนี หลบก่อนละค้าบบบบ